วรรคทองในวรรณคดีไทย ม. ปลาย
หน้า 1 จาก 3 • Share •
หน้า 1 จาก 3 • 1, 2, 3 
วรรคทองในวรรณคดีไทย ม. ปลาย
พอดีอารมณ์มันเปลี่ยวๆ เลยอยากเอากลอนรักมาลง
" แล้วว่าอนิจจาความรัก
พึ่งประจักษ์ดั่งสายน้ำไหล
ตั้งแต่จะไหลเชี่ยวเป็นเกลียวไป
ที่ไหนเลยจะไหลคืนมา "
เป็นตอนที่อิเหนาต้องจากนางจินตหราเพื่อไปรบกับท้าวกะหมังกุหนิง โดยนางจินตหรากล่าวเปรียบเทียบว่า ความรักของอิเหนานั้นคงเป็นเหมือนสายน้ำที่ไหลแล้วก็ไหลลับไม่กลับมาอีก เพราะอิเหนามีคู่หมั้นเก่า คือ นางบุษบา
ถือว่าเป็นหนึ่งในวรรคทองที่ค่อนข้างเด่นมากในวรรณคดีม.ปลาย มีโวหารภาพพจน์แบบอุปมาโวหาร
เป็นตอนที่ท้าวชัยเสนไปพบนางมันทนพาธาในป่า แล้วต้องการเป็นชายา ฤาษีซึ่งมีนางคนรับใช้จึงเตือนว่า"ความรักมีได้แต่ต้องระวัง"
ฤาษี เปรียบความรักเหมือนโรคร้าย หากมีเข้าก็จะเปรียบเหมือนคนตาบอดหูหนวก ไม่ได้ยินได้เห็นอะไรทั้งสิ้น และก็เปรียบความรักเป็นโคหนุ่ม เพราะมีทั้งแรงและกำลัง จะกักขังไว้ก็ไม่ได้มันก็จะพยายามพุ่งออกไปจนลืมความเจ็บปวด
ถือเป็น อีกวรรคทองที่ผมชื่นชอบเป็นการส่วนตัว แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภท อินทรวิเชียรฉันท์ 11 มีโวหารภาพพจน์แบบอุปมาที่ค่อนข้างเด่น เพราะเปรียบความรักเป็นทั้งโรคร้าย และโคหนุ่ม
ปล.เด๋วจะพยายามมาอัพเรื่อยๆอีกถ้ามีอารมณ์
ปล.2ใครมาช่วยผมอัพด้วยจะดีมากๆ
" แล้วว่าอนิจจาความรัก
พึ่งประจักษ์ดั่งสายน้ำไหล
ตั้งแต่จะไหลเชี่ยวเป็นเกลียวไป
ที่ไหนเลยจะไหลคืนมา "
จากเรื่อง อิเหนา ตอนศึกกะหมังกุหนิง
เป็นตอนที่อิเหนาต้องจากนางจินตหราเพื่อไปรบกับท้าวกะหมังกุหนิง โดยนางจินตหรากล่าวเปรียบเทียบว่า ความรักของอิเหนานั้นคงเป็นเหมือนสายน้ำที่ไหลแล้วก็ไหลลับไม่กลับมาอีก เพราะอิเหนามีคู่หมั้นเก่า คือ นางบุษบา
ถือว่าเป็นหนึ่งในวรรคทองที่ค่อนข้างเด่นมากในวรรณคดีม.ปลาย มีโวหารภาพพจน์แบบอุปมาโวหาร
"ความรักเหมือนโรคา
บันดาลตาให้มืดมน
ไม่ยินและไม่ยล
อุปสรรคใดใด
ความรักเหมือนโคถึก
กำลังคึกผิขังไว้
ก็โลดจากคอกไป
บ่ยอมอยู่ ณ ที่ขัง
ถึงหากจะผูกไว้
ก็ดึงไปด้วยกำลัง
ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง
บ่หวนคิดถึงเจ็บกาย"
บันดาลตาให้มืดมน
ไม่ยินและไม่ยล
อุปสรรคใดใด
ความรักเหมือนโคถึก
กำลังคึกผิขังไว้
ก็โลดจากคอกไป
บ่ยอมอยู่ ณ ที่ขัง
ถึงหากจะผูกไว้
ก็ดึงไปด้วยกำลัง
ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง
บ่หวนคิดถึงเจ็บกาย"
จากเรื่อง มัทนพาธา
เป็นตอนที่ท้าวชัยเสนไปพบนางมันทนพาธาในป่า แล้วต้องการเป็นชายา ฤาษีซึ่งมีนางคนรับใช้จึงเตือนว่า"ความรักมีได้แต่ต้องระวัง"
ฤาษี เปรียบความรักเหมือนโรคร้าย หากมีเข้าก็จะเปรียบเหมือนคนตาบอดหูหนวก ไม่ได้ยินได้เห็นอะไรทั้งสิ้น และก็เปรียบความรักเป็นโคหนุ่ม เพราะมีทั้งแรงและกำลัง จะกักขังไว้ก็ไม่ได้มันก็จะพยายามพุ่งออกไปจนลืมความเจ็บปวด
ถือเป็น อีกวรรคทองที่ผมชื่นชอบเป็นการส่วนตัว แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภท อินทรวิเชียรฉันท์ 11 มีโวหารภาพพจน์แบบอุปมาที่ค่อนข้างเด่น เพราะเปรียบความรักเป็นทั้งโรคร้าย และโคหนุ่ม
ปล.เด๋วจะพยายามมาอัพเรื่อยๆอีกถ้ามีอารมณ์
ปล.2ใครมาช่วยผมอัพด้วยจะดีมากๆ
แก้ไขล่าสุดโดย คุณหมอกระเด็น เมื่อ Sun Dec 20, 2009 7:30 pm, ทั้งหมด 5 ครั้ง
_________________


คุณหมอกระเด็น- Moderator

- จำนวนข้อความ: 282
Join date: 07/12/2009
: 20
Re: วรรคทองในวรรณคดีไทย ม. ปลาย
…อยากบอกรัก…แต่ทำไม…ใจไม่กล้า…
…อยากเห็นหน้า…อยากประสบ…พบเสมอ…
…อยากทายทัก…บอกรัก…กับตัวเธอ…
…แต่กลัวเก้อ…ขอรักเธอ…เพียงข้างเดียว
…อยากเห็นหน้า…อยากประสบ…พบเสมอ…
…อยากทายทัก…บอกรัก…กับตัวเธอ…
…แต่กลัวเก้อ…ขอรักเธอ…เพียงข้างเดียว
มาช่วยอัพจ้ะ ไผ่...พอดีอ่านเจอแล้วชอบ 555+
ปล.สำหรับคนที่รักใครแต่ไม่กล้าบอก ก้อรีบๆบอกเค้าไปซะนะ ม.6 แล้วจร้า

Lamp @->- เด็กพลังจิต

- จำนวนข้อความ: 153
Join date: 08/12/2009
: 21
Re: วรรคทองในวรรณคดีไทย ม. ปลาย
ฟังแล้วซึ้งถึงหทัยให้ใจเจ็บ
ยอมเป็นเหน็บเปิดเว็บห้องสุดสร้างสรรค์
เพื่อนๆต่างมาเม้นตอบมาตอบกัน
คนอ่านมันคนตอบสนุกสุขใจจริง
ว่าแล้วต้องหากลอนมาประชัน เอาไรดีเอ่ย
อันรักเกลื่อนหมื่นแสนในโลกา
มีปัญหามากมายใคร่ถวิล
เขารักเราเรารักเขาช่างงงจริง
เหมือนทุกสิ่งสุดยากจะคาดเดา
แต่รักใดในโลกไม่อาจเปรียบ
มิอาจเทียบรักพ่อแม่แน่เสมอ
เขารักเธอเธอรักฉันฉันรักเธอ
มิอาจเสมอครอบครัวเราแสนเข้าใจ
กลอนสด อัปปรีย์สุด
ยอมเป็นเหน็บเปิดเว็บห้องสุดสร้างสรรค์
เพื่อนๆต่างมาเม้นตอบมาตอบกัน
คนอ่านมันคนตอบสนุกสุขใจจริง
ว่าแล้วต้องหากลอนมาประชัน เอาไรดีเอ่ย
อันรักเกลื่อนหมื่นแสนในโลกา
มีปัญหามากมายใคร่ถวิล
เขารักเราเรารักเขาช่างงงจริง
เหมือนทุกสิ่งสุดยากจะคาดเดา
แต่รักใดในโลกไม่อาจเปรียบ
มิอาจเทียบรักพ่อแม่แน่เสมอ
เขารักเธอเธอรักฉันฉันรักเธอ
มิอาจเสมอครอบครัวเราแสนเข้าใจ
กลอนสด อัปปรีย์สุด

ชาย_ชอน- เด็กพลังจิต

- จำนวนข้อความ: 178
Join date: 07/12/2009
Re: วรรคทองในวรรณคดีไทย ม. ปลาย
ชาย_ชอน พิมพ์ว่า:ฟังแล้วซึ้งถึงหทัยให้ใจเจ็บ
ยอมเป็นเหน็บเปิดเว็บห้องสุดสร้างสรรค์
เพื่อนๆต่างมาเม้นตอบมาตอบกัน
คนอ่านมันคนตอบสนุกสุขใจจริง
ว่าแล้วต้องหากลอนมาประชัน เอาไรดีเอ่ย
อันรักเกลื่อนหมื่นแสนในโลกา
มีปัญหามากมายใคร่ถวิล
เขารักเราเรารักเขาช่างงงจริง
เหมือนทุกสิ่งสุดยากจะคาดเดา
แต่รักใดในโลกไม่อาจเปรียบ
มิอาจเทียบรักพ่อแม่แน่เสมอ
เขารักเธอเธอรักฉันฉันรักเธอ
มิอาจเสมอครอบครัวเราแสนเข้าใจ
กลอนสด อัปปรีย์สุด
หยั่งเค้าว่า
_________________


คุณหมอกระเด็น- Moderator

- จำนวนข้อความ: 282
Join date: 07/12/2009
: 20
Re: วรรคทองในวรรณคดีไทย ม. ปลาย
อ่านะ
ความรักก็เหมือนยาพิษ
เมื่อได้รับพิษ ก็จะมี ภูมิต้านทาน
ความรักก็เหมือนยาพิษ
เมื่อได้รับพิษ ก็จะมี ภูมิต้านทาน

La La Bla~*- เด็กพลังจิต

- จำนวนข้อความ: 157
Join date: 08/12/2009
Re: วรรคทองในวรรณคดีไทย ม. ปลาย
La La Bla~* พิมพ์ว่า:อ่านะ
ความรักก็เหมือนยาพิษ
เมื่อได้รับพิษ ก็จะมี ภูมิต้านทาน
เห็นด้วยกับพริกป่นนะ


LOOKKED- เด็กโอลิมปิก

- จำนวนข้อความ: 83
Join date: 10/12/2009
Re: วรรคทองในวรรณคดีไทย ม. ปลาย
ห้องเราผู้เชี่ยวชาญเยอะ

ชาย_ชอน- เด็กพลังจิต

- จำนวนข้อความ: 178
Join date: 07/12/2009
Re: วรรคทองในวรรณคดีไทย ม. ปลาย
-
แก้ไขล่าสุดโดย Angeli เมื่อ Wed Oct 05, 2011 10:27 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
-- เด็กโอลิมปิก

- จำนวนข้อความ: 75
Join date: 09/12/2009
Re: วรรคทองในวรรณคดีไทย ม. ปลาย
-
แก้ไขล่าสุดโดย Angeli เมื่อ Wed Oct 05, 2011 10:27 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
-- เด็กโอลิมปิก

- จำนวนข้อความ: 75
Join date: 09/12/2009
Re: วรรคทองในวรรณคดีไทย ม. ปลาย
เจ้เมย์เจ้าบทกลอน
มีไรในใจเจ้าหรือเปล่าเอย
ฉไนเลยจิงกล่าวมาว่าเศร้าหมอง
หากมีไรมีปํญหาก็ควรลอง
มองมองมองรอบตัวเพื่อนยังมี
ปรึกษาได้นะ
อิอิ
มีไรในใจเจ้าหรือเปล่าเอย
ฉไนเลยจิงกล่าวมาว่าเศร้าหมอง
หากมีไรมีปํญหาก็ควรลอง
มองมองมองรอบตัวเพื่อนยังมี
ปรึกษาได้นะ
อิอิ

ชาย_ชอน- เด็กพลังจิต

- จำนวนข้อความ: 178
Join date: 07/12/2009
Re: วรรคทองในวรรณคดีไทย ม. ปลาย
-
แก้ไขล่าสุดโดย Angeli เมื่อ Wed Oct 05, 2011 10:28 pm, ทั้งหมด 1 ครั้ง
-- เด็กโอลิมปิก

- จำนวนข้อความ: 75
Join date: 09/12/2009
Re: วรรคทองในวรรณคดีไทย ม. ปลาย
"ความรักเหมือนโรคา
บันดาลตาให้มืดมน
ไม่ยินและไม่ยล
อุปสรรคใดใด
ความรักเหมือนโคถึก
กำลังคึกผิขังไว้
ก็โลดจากคอกไป
บ่ยอมอยู่ ณ ที่ขัง
ถึงหากจะผูกไว้
ก็ดึงไปด้วยกำลัง
ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง
บ่หวนคิดถึงเจ็บกาย"
บันดาลตาให้มืดมน
ไม่ยินและไม่ยล
อุปสรรคใดใด
ความรักเหมือนโคถึก
กำลังคึกผิขังไว้
ก็โลดจากคอกไป
บ่ยอมอยู่ ณ ที่ขัง
ถึงหากจะผูกไว้
ก็ดึงไปด้วยกำลัง
ยิ่งห้ามก็ยิ่งคลั่ง
บ่หวนคิดถึงเจ็บกาย"
จากเรื่อง มัทนพาธา
เป็นตอนที่ท้าวชัยเสนไปพบนางมันทนพาธาในป่า แล้วต้องการเป็นชายา ฤาษีซึ่งมีนางคนรับใช้จึงเตือนว่า"ความรักมีได้แต่ต้องระวัง"
ฤาษีเปรียบความรักเหมือนโรคร้าย หากมีเข้าก็จะเปรียบเหมือนคนตาบอดหูหนวก ไม่ได้ยินได้เห็นอะไรทั้งสิ้น และก็เปรียบความรักเป็นโคหนุ่ม เพราะมีทั้งแรงและกำลัง จะกักขังไว้ก็ไม่ได้มันก็จะพยายามพุ่งออกไปจนลืมความเจ็บปวด
ถือเป็นอีกวรรคทองที่ผมชื่นชอบเป็นการส่วนตัว แต่งด้วยคำประพันธ์ประเภท อินทรวิเชียรฉันท์ 11 มีโวหารภาพพจน์แบบอุปมาที่ค่อนข้างเด่น เพราะเปรียบความรักเป็นทั้งโรคร้าย และโคหนุ่ม
_________________


คุณหมอกระเด็น- Moderator

- จำนวนข้อความ: 282
Join date: 07/12/2009
: 20
Re: วรรคทองในวรรณคดีไทย ม. ปลาย
ผมว่ากระทู้เรากำลังออกทะเลแล้วนะฮะเนี่ย
คืออยากได้เป็นวรรคทองในวรรณคดีมากกว่าไม่ใช่กลอนแต่ง
คืออยากได้เป็นวรรคทองในวรรณคดีมากกว่าไม่ใช่กลอนแต่ง
_________________


คุณหมอกระเด็น- Moderator

- จำนวนข้อความ: 282
Join date: 07/12/2009
: 20
หน้า 1 จาก 3 • 1, 2, 3 
หน้า 1 จาก 3
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ